สถิติผู้เยี่ยมชม
เปิดเว็บไซต์ 01/08/2017
ปรับปรุง 21/11/2017
สถิติผู้เข้าชม 167143
Page Views 224782
 
ประวัติความเป็นมา




เดิมที่ตั้งหมู่บ้านพระกลางทุ่งในปัจจุบัน  เป็นป่าไม้เบญจพรรณที่มีทั้งไม้เล็กไม้เลื้อยเป็นป่ารกทึบ  มีเนื้อที่หลายพันไร่  เป็นพื้นที่ราบ  มีคนหลายกลุ่มหลายหมู่บ้านอยากมาจับจองเป็นเจ้าของที่ดิน  อยู่มาไม่นานก็มีชาวบ้านหนองหอยทุ่ง  ชาวบ้านธาตุพนมมาแผ้วถางป่าทางด้านทิศเหนือเพื่อทำเป็นที่นาปลูกข้าว  มาด้วยกันหลายครอบครัว  ในขณะที่ทำการแผ้วถางป่าอยู่นั้น  มีหลายคนเกิดอาการป่วยเป็นไข้ไม่ทราบสาเหตุ  บ้างก็ว่าเป็นไข้ป่า  บ้างก็ว่าเป็นเพราะเจ้าที่เจ้าป่าหวง  (เจ้าที่แรง)  บางรายก็ถึงแก่ชีวิต  (เพราะเจ้าที่ขัดขวาง)  ถึงแม้ว่าเจ้าที่เจ้าป่าจะแรงชาวบ้านก็พยายามแผ้วถางป่าไปเรื่อยๆ คนตายก็ตายไป  คนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ถางป่าไป  เพื่อให้ได้พื้นที่ทำนาปลูกข้าว  ถางป่าลึกเข้าไปเรื่อย ๆ จนถึงกลางป่าไม้ใหญ่  รอบ ๆ บริเวณจำนวนหลายพันไร่ได้กลายเป็นที่นา  โดยที่มีคนล้มตายไปหลายร้อยคน  จนเหลือยู่แต่เพียงดอนตรงกลางเรียกว่า  “ดอนปู่ตา”  มีหอโฮง  ในขณะนั้นมีชาวบ้านหนองหอยและชาวบ้านธาตุพนมหลายครอบครัวได้พากันออกจากบ้านไปอยู่ที่นาโดยได้สร้างเถียงนาเป็นที่อยู่อาศัยหลับนอน  (ในที่ตั้งบ้านพระกลางทุ่งปัจจุบัน)  ณ ดอนปู่ตาแห่งนี้ชาวบ้านถือกันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์  เพราะชาวบ้านได้พบพระพุทธรูปอยู่ในกลางป่าตรงที่ดอนปู่ตา  รอบ ๆ บริเวณที่พบพระพุทธรูป  ชาวบ้านยังได้พบก้อนหินรูปสี่เหลี่ยม (คล้ายใบเสมา)  ที่วางเรียงรายเหมือฐานโบสถ์ (สิม)  อยู่รอบพระพุทธรูป  ต่อจากนั้นชาวบ้านจึงได้พากันหาหญ้ามามุงทำเป็นหลังคาเพื่อกันฟ้าฝน  (คือสถานที่ตั้งวัดพระกลางทุ่งในปัจจุบัน)  ชาวบ้านจึงได้นำดอกไม้ธูปเทียนมาทำการบูชา  คารวะ  ขออโหสิที่ได้ล่วงเกินต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตลอดมา  และขออนุญาตถางป่าต่อไปเพื่อทำเป็นที่นาจนหมด  ต่อมาเมื่อเห็นว่ามีชาวบ้านที่มาสร้างหลักปักฐานหลายครอบครัว  จึงได้รวมตัวกันตั้งหมู่บ้านตามนามพระพุทธรูปที่พบอยู่กลางทุ่ง  ชื่อบ้านพระกลางทุ่ง ประมาณปีพุทธศักราช 2351  และต่อมาบ้านพระกลางทุ่ง  ก็มีราษฎรอพยพมาจากหลายแห่งมาตั้งครอบครัวได้กลายเป็นหมู่บ้านที่ใหญ่ขึ้น  จึงได้พากันตั้งวัดขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ  เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจทางศาสนา  เพราะชาวบ้านที่มารวมกันอยู่ที่บ้านพระกลางทุ่งแห่งนี้นับถือศาสนาพุทธ  การสร้างวัดก็ได้พากันสร้างขึ้นที่พบพระพุทธรูปกลางทุ่งนา  (ดอนปู่ตา)  โดยตั้งชื่อวัดพระกลางทุ่ง  (ซึ่งตรงกับต้นรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่  3)  ปีพุทธศักราช 2364 
                ต่อมามีชาวบ้านไปถางป่าเบญจพรรณได้พบพระพุทธรูปแปลกประหลาดอยู่กลางป่า  (เหตุที่แปลกคือพระพุทธรูปหันหน้าไปทางทิศเหนือ)  มาทราบชื่อภายหลังว่า  หลวงพ่อพระโกฎิ  (ปัจจุบันตั้งอยู่ที่วัดบ้านบุ่งฮี)  ซึ่งในขณะนั้นได้เกิดมีหมู่บ้านหลายหมู่บ้าน  เช่น  บ้านพระกลางท่า  บ้านบุ่งฮี  บ้านหลักศิลา  บ้านธาตุน้อยศรีบุญเรือง  บ้านนาทาม  บ้านโพนแพง  บ้านหนองกุดแคน  เมื่อหลายหมู่บ้านรวมกันจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นตำบลพระกลางทุ่ง  เมื่อปีพุทธศักราช 2443  ขึ้นกับอำเภอเรณูนคร  ต่อมาปีพุทธศักราช 2460  กระทรวงมหาดได้ประกาศจัดตั้งอำเภอธาตุพนม  และให้ตำบลพระกลางทุ่งขึ้นกับอำเภอธาตุพนมตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
 
    
รายชื่อกำนัน (ตามที่ปรากฎ)

                1.  นายพรหมบุตร                 2.  นายอิทธิจักร  ชนะมนตรี     
                3.  นายพุทธา  อรรคนิตย์       4.  นายเฮ้า  ศิริวงศ์
                5.  นายทองพันธ์  เทพภูษา    6.  นายนาค  คำป้อง
                7.  นายทอง  ภิรมย์                8.  นายบุญเยี่ยม  ศุภวุฒิ     
                9.  นายสุข  สามานิตย์           10.  นายสวาท  ลำทอง
                11.  นายนัด  ศิริวงค์              12.  นายสรยุทธ  ธงยศ (ปัจจุบัน)
   
1.1 ที่ตั้ง
      ตำบลพระกลางทุ่ง อยู่ห่างจากตัวอำเภอธาตุพนมทางทิศเหนือ ประมาณ 4 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดนครพนมทางทิศใต้ประมาณ 43 กิโลเมตร โดยมีอาณาเขต ดังนี้
          ทิศเหนือ         ติดกับตำบลแสนพัน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
          ทิศใต้            ติดกับตำบลธาตุพนมเหนือ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
          ทิศตะวันออก  ติดกับแม่น้ำโขง ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)
          ทิศตะวันตก    ติดกับตำบลหนองย่างชิ้น อ.เรณูนคร จ.นครพนม
  
1.2 พื้นที่ของตำบลพระกลางทุ่ง
      มีพื้นที่ทั้งหมด 31 ตารางกิโลเมตร จำนวน 19,375 ไร่ แยกเป็น พื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 14,651 ไร่ ซึ่งประกอบด้วย
          - ที่นา    จำนวน   13,405  ไร่
          - ที่สวน  จำนวน       467   ไร่
          - ที่ไร่    จำนวน       637   ไร่ 
          - อื่น ๆ   จำนวน       142   ไร่
   
1.3 ภูมิประเทศ
      ตำบลพระกลางทุ่ง เป็นที่ราบลุ่มอุดมสมบูรณ์ทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปีพื้นที่บางส่วนมีน้ำท่วมในบางปีขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นเขตแบ่งกั้นพรมแดนระหว่างไทย – ลาว
 
1.4 จำนวนครัวเรือนและประชากร
      ตำบลพระกลางทุ่งมี 1,500 ครัวเรือน ประชากรชาย 3,781 คน หญิง 3,773 คน รวม 7,554 คน
 
 
2. สภาพทางเศรษฐกิจของตำบลพระกลางทุ่ง

2.1 การประกอบอาชีพของประชากร
      ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร เช่น การทำนา,ทำสวน, ทำไร่, และเลี้ยงสัตว์น้ำ รายได้เฉลี่ยทั้งตำบล จำนวน 41,461.13 บาท/ปี/คน
 
2.2 หน่วยธุรกิจในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลพระกลางทุ่ง ประกอบด้วย
      - สำนักงานสหกรณ์การเกษตร  จำนวน  1  แห่ง
      - โรงสีข้าวขนาดใหญ่ของสหกรณ์การเกษตร   จำนวน  1  แห่ง
      - โรงงานอุตสาหกรรมในครัวเรือน (ทำอิฐเผา)   จำนวน  6  แห่ง
      - ปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่   จำนวน  4  แห่ง
      - ปั๊มน้ำมันขนาดเล็ก (ปั๊มหลอด)   จำนวน  4  แห่ง
      - โรงสีข้าว   จำนวน  9  แห่ง
      - ร้านค้าเอกชน  จำนวน  80  แห่ง
      - ร้านค้าชุมชน/ลานค้า   จำนวน  4  แห่ง
      - ศูนย์สาธิตการตลาด   จำนวน  1  แห่ง
      - ธนาคารข้าว   จำนวน  5  แห่ง
  
 
3. สภาพทางสังคม
 
3.1 ด้านการศึกษา ประกอบด้วย
      - โรงเรียนประถมศึกษา  จำนวน  5  แห่ง  (เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาจำนวน 1 แห่ง)
      - ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก   จำนวน5 แห่ง
      - ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน  จำนวน 16 แห่ง
 
3.2 สถาบันและองค์การทางศาสนา มีดังนี้
      - วัด  จำนวน  11 แห่ง
      - สำนักสงฆ์  จำนวน  1 แห่ง

3.3 สาธารณสุขชุมชน ประกอบด้วย
      - สถานีอนามัยประจำตำบล  จำนวน  1 แห่ง
      - มีศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชน จำนวน  16 แห่ง
      - มีส้วมราดน้ำ คิดเป็นร้อยละ 100%  ครบทุกหลังคาเรือน
 
3.4 ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
      - สถานีตำรวจภูธร  จำนวน  1 แห่ง
      - กองร้อย ตชด.235  จำนวน 1 แห่ง
      - ศูนย์ ศสส.ต.  จำนวน  1  แห่ง
      - ศูนย์ ศตส.ม.  จำนวน  16 แห่ง
  
 
4. การบริการพื้นฐานในเขตตำบลพระกลางทุ่ง

4.1 การคมนาคม
     มีถนนไปมาระหว่างหมู่บ้านสะดวกสบาย ถนนในหมู่บ้านเป็นถนน คสล. เกือบทุกสาย มีบางแห่งที่ยังเป็นถนนลูกรัง มีถนนที่ใช้ในการขนถ่ายสินค้าทางการเกษตรซึ่งเป็นถนนลูกรังและถนนดินบางสาย มีถนนชยางกูรสี่เลนผ่านพื้นที่ตำบลซึ่งเป็นถนนระหว่างจังหวัดนครพนม ไปธาตุพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
 
4.2 การโทรคมนาคม
      - มีหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน  จำนวน 19 แห่ง
      - มีตู้โทรศัพท์สาธารณะ  จำนวน 18 ตู้
 
4.3 การไฟฟ้าของรัฐ
      ทุกหมู่บ้านมีไฟฟ้าของรัฐใช้ ประชาชนในหมู่บ้านของตำบลพระกลางทุ่งไม่มีปัญหาในการใช้ไฟฟ้า ในส่วนของราษฎรที่แยกครอบครัวไปอยู่ที่ทุ่งหรือในสวน ก็มีการขอขยายเขตไฟฟ้าไปให้ทั่วถึง
 
4.4 แหล่งน้ำธรรมชาติ  
      - ลำน้ำ  ลำห้วย        จำนวน   2   สาย
      - บึง  หนองน้ำ  สระ  จำนวน  19   แห่ง
      - แม่น้ำโขง             จำนวน    1   สาย
 
4.5 แหล่งน้ำที่สร้างขึ้น  
      - บ่อน้ำตื้น         จำนวน   68   แห่ง
      - บ่อบาดาล  จำนวน  33    บ่อ
      - บ่อตอก             จำนวน    66   บ่อ
      - ประปาหมู่บ้าน  จำนวน  4   แห่ง
      - ประปาส่วนภูมิภาค     จำนวน    1   แห่ง
  
4.6 ประเภทภาชนะเก็บกักน้ำ  
      - ถังเก็บน้ำฝน  ขนาด  4  ลบ.ม.     จำนวน   24   แห่ง
      - ถังเก็บน้ำฝน  ขนาด  6  ลบ.ม.     จำนวน     4   แห่ง
      - ถังเก็บน้ำฝน  ฝ.33                    จำนวน     2   แห่ง
      - ถังเก็บน้ำฝน  ฝ.99                    จำนวน     7   แห่ง
      - ถังเก็บน้ำฝน  ขนาด 20 ลบ.ม.      จำนวน   11   แห่ง
      - โอ่ง  ขนาด  2,000  ลิตร             จำนวน   95   ใบ
 
 
5. ข้อมูลอื่น ๆ

5.1 ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่
      - ที่ดินสาธารณประโยชน์     จำนวน   615   ไร่
      - หาดทรายทอง                จำนวน       1   แห่ง
 
5.2 มวลชนจัดตั้ง
      - ลูกสือชาวบ้าน                    จำนวน     337   คน
      - ไทยอาสาป้องกันชาติ          จำนวน     335   คน
      - สมาชิก  อปพร.                  จำนวน     146   คน
      - อพป.                               จำนวน     690   คน
      - อสม.                               จำนวน     160   คน
      - คณะกรรมการเยาวชน          จำนวน     186   คน
      - ประชาคมหมู่บ้าน                จำนวน       16   หมู่บ้าน